Support
Dr.lin
Your shopping cart
ดูตะกร้าสินค้าของคุณ
ไม่มีสินค้าในตะกร้าของคุณ
 userfiles/profile-picture/94b5f37b-e8e9-412b-b4ca-fedacff66774/img.jpg

Post : 2016-10-05 15:36:52.0     Forum: บทความ  >  การทำศัลยกรรมตาในคนสูงอายุ

     ศัลยกรรมเปลือกตาในคนสูงอายุ บางครั้งก็เป็นความจำเป็นไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามเท่านั้น เช่น หนังตาลงมาปิดมากจนบดบังการมองเห็น ขนตาม้วนเข้าทิ่มตาดำ

หนังตาบริเวณหางตาหย่อนคล้อยไปเสียดสีกับเปลือกตาล่างทำให้มีผื่นแดงบริเวณหางตา ฯลฯ

     การผ่าตัดศัลยกรรมเปลือกตาตาในคนสูงอายุแตกต่างจากการทำตา 2 ชั้นในอายุน้อย ปัจจุบันการศัลยกรรมตาในคนสูงอายุมีมากขึ้น การผ่าตัดยากกว่า มีปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงและข้อควรระวังของแพทย์มากกว่า สิ่งสำคัญคือการประเมินและการเตรียมตัวก่อนผ่าตัด สิ่งที่แตกต่างของการทำศัลยกรรมตาในคนสูงอายุ จากคนอายุน้อยได้แก่

1. โรคประจำตัวก่อนผ่าตัด

     ผู้เข้ารับบริการที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันสูง โรคไต โรคหัวใจ โรคไทรอยด์ ฯลฯ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ รวมทั้งยาที่ใช้ประจำ เช่นยาละลายลิ่มเลือด หากมีโรคเหล่านี้ซึ่งไม่ได้เป็นข้อห้ามของการผ่าตัดศัลยกรรมเปลือกตา แต่ควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลประจำและขอคำแนะนำในการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด และในบางคนควรจะต้องตรวจเช็คเลือดก่อนผ่าตัดเพื่อความปลอดภัย

2. โรคทางตา

     บางคนมีโรคทางตาอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งบางโรคเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงในการพิจารณาการผ่าตัดศัลยกรรมเปลือกตา เช่น มีอาการตาแห้งที่เกิดจากการหลับตาไม่สนิท โรคเปลือกตาอักเสบ ภาวะขนตาม้วนเข้าไปทิ่มตาดำ ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ฯลฯ ซึ่งบางกรณีอาจจะสามารถแก้ไขไปพร้อมกับการศัลยกรรมตาสองชั้นได้

3. กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

     พบได้มากขึ้นในผู้สูงอายุ สังเกตุได้จากผู้สูงอายุเวลาตาและหนังตาตกลงมา มักจะต้องยกคิ้วมองหรือเงยหน้าขึ้นมอง ตาปรือๆ ย่นหน้าผากตลอดเวลา บางคนจะมีอาการปวดศีรษะตื้อๆจากการหดตัวของกล้ามเนื้อบริเวณหน้าผากนานๆ การทำศัลยกรรมตาสองชั้นอย่างเดียวเป็นเก็บแค่หนังตาส่วนเกินออกแต่ไม่ได้ทำให้ตาเปิดมากขึ้น ไม่ได้แก้ปัญหาตาปรือ ซึ่งถ้าแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงร่วมด้วยก็จะทำให้ตาโตมากขึ้น ย่นหน้าผากลดลง หน้าตาดูอ่อนวัยกว่าเดิม

4. เอ็นตาล่างหย่อนคล้อย

     คนสูงอายุมักจะมีภาวะเอ็นตาล่างหย่อนตามวัย ซึ่งจะมีผลในการผ่าตัดแก้ไขถุงใต้ตา หากไม่ได้แก้ไขเอ็นตาล่างที่หย่อนนี้ จะทำให้หลังผ่าตัดมีโอกาสที่จะเกิดตาล่างแบะออก เคืองตา น้ำตาไหล หลับตาไม่สนิท และไม่สวยงามเท่าที่ควร

5. หนังตามาก

     ผู้สูงอายุมักจะมีหนังตาที่ตกมาก บางครั้งลงมาปิดตาจนบดบังการมองเห็น

 

การทำตาสองชั้นร่วมกับตัดหนังตาส่วนเกินออกต้องอาศัยประสบการณ์ของแพทย์

 

6. คิ้วตก

     มักจะมีคิ้วที่ตกลงมาชิดใกล้กับตาร่วมด้วย เนื่องจากความหย่อนคล้อยตามวัย

การผ่าตัดศัลยกรรมตาสองชั้นอย่างเดียวอาจจะทำให้ คิ้วกับตาชิดกันเกินไป

7. อักเสบบวมนาน

     อายุมากขึ้นการสมานแผลของร่างกายก็ช้าลง

8. แผลหายช้า

     แผลจะหายสนิทช้ากว่าในคนอายุน้อย

9. เบ้าตาลึก

     บางคนที่อายุมากขึ้น ไขมันใต้เปลือกตาลดลง ทำให้เกิดเบ้าตาลึกมากขึ้น

10. เคยทำมาก่อนแล้ว

หมายเหตุ กรณีการศัลยกรรมตาสองชั้นในคนสูงอายุที่หนังตาหย่อนลงมาปิดบังการมองเห็นนั้น มักคำนึงถึงปัจจัยผลการรักษามากกว่าเรื่องของความงามอย่างเดียว

 userfiles/profile-picture/94b5f37b-e8e9-412b-b4ca-fedacff66774/img.jpg

Post : 2016-10-05 13:42:21.0     Forum: บทความ  >   เปิดหัวตาคืออะไร จำเป็นหรือไม่อย่างไร

     การเปิดหัวตาคือการผ่าตัดตกแต่งหนังตาที่ปิดบริเวณหัวตา ซึ่งพบบ่อยในคนเอเขีย เพื่อให้บริเวณหัวตาดูกว้างขึ้น รูปร่างตาดูยาวขึ้น ความโค้งของชั้นตาบริเวณหัวตาดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น แต่หากคนใดที่มีมุมหัวตาที่เปิดอยู่แล้วก็ไม่มีความจำเป็นที่จะเปิดหัวตา

     ปัจจุบันการเปิดหัวตาร่วมกับทำตา 2 ชั้นนิยมกันมากขึ้น มักจะมีคนมาถามหมอว่าจำเป็นไม๊ ซึ่งถ้าถามแบบนี้ก็ต้องตอบว่า ไม่จำเป็นแน่นอน รูปร่างตาของแต่ละคนแตกต่างกัน บางคนทำตาสองชั้นธรรมดา หัวตาก็เปิดกว้างขึ้นเองโดยที่ไม่ต้องเปิดหัวตา ถ้าถามว่าการเปิดหัวตาเหมาะกับใคร ในมุมมองของหมอก็ได้แก่

    1.  คนหนังตาที่หัวตาปิดลงมาถึงขอบตาล่าง หากไม่เปิดหัวตาอาจจะทำให้ตาสองชั้นดูไม่เป็นธรรมชาติ

     2. คนที่ต้องการชั้นตาที่ใหญ่แต่หนังตาที่หัวตาปิดมาก รูปร่างตาจะสั้นๆแต่ชั้นตาใหญ่ อาจทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ

ศัลยกรรมทุกประเภท ก่อนตัดสินใจ เราทุกคนควรต้องรู้ ข้อดี-ข้อเสียและโอกาสเกิดผลแทรกซ้อนอย่างไร มากน้อยแค่ไหน หมอจึงอยากให้รู้ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้หลังจากทำการเปิดหัวตาคือ

1. การเกิดแผลเป็นที่บริเวณหัวตา

     ขึ้นกับหลายปัจจัย ได้แก่ เทคนิคการผ่าตัด คนที่เป็นแผลนูนง่าย การดูแลแผลหลังผ่าตัด เป็นต้น โดยปกติแผลที่หัวตาจะหายช้ากว่าบริเวณชั้นตา เพราะเป็นตำแหน่งที่อยู่ด้านนอก ไม่มีชั้นตามาปิด และเป็นตำแหน่งการเย็บแผลที่ตึง แต่ส่วนใหญ่แผลจะค่อยๆจางๆและหายไป มีส่วนน้อยที่แผลเห็นชัด นูนแข็ง ซึ่งต้องมีการรักษาเพิ่มเติมเพื่อทำให้แผลจางลงได้

2. การเปิดหัวตาที่มากเกินไปจะมีผลต่อการทำศัลยกรรมเสริมจมูกในอนาคต เมื่อเสริมให้ดั้งสูงขึ้นจะเป็นการดึงให้หัวตากว้างขึ้นโดยปริยายอยู่แล้ว บางคนหลังเสริมจมูกหัวตาก็เปิดเองโดยไม่ต้องทำการผ่าตัดเปิดหัวตา

 userfiles/profile-picture/94b5f37b-e8e9-412b-b4ca-fedacff66774/img.jpg

Post : 2016-10-05 13:34:46.0     Forum: บทความ  >  เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้หลังจากการผ่าตัดทำตาสองชั้น”

      การผ่าตัดศัลยกรรมทุกชนิด มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ศัลยกรรมตา 2 ชั้นก็เช่นกัน ภาวะแทรกซ้อนหลังทำศัลยกรรมนั้น มีได้ตั้งแต่เล็กน้อยหายได้เอง จนถึงรุนแรงยากจะแก้ไข ขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง ตั้งแต่ ความรู้ความชำนาญของแพทย์ การปฏิบัติตัวของผู้รับบริการ โรคประจำตัว ฯลฯ

      ภาวะแทรกซ้อนระยะเฉียบพลัน เกิดขึ้นช่วง 1-2 สัปดาห์หลังผ่าตัด

1. รอยเขียวช้ำ

     รอยเขียวช้ำเกิดจากเลือดที่ออกอยู่ใต้ผิวหนัง อาจจะพบได้บ่อยโดยเฉพาะการผ่าตัดแผลใหญ่ เกิดง่ายในคนที่ฟกช้ำง่าย กินวิตามินหรือสมุนไพรบางชนิดทำให้เลือดออกง่าย การประคบดูแลหลังผ่าตัดที่ไม่เพียงพอ แต่เป็นภาวะที่ไม่รุนแรง หายได้เองเมื่อเลือดที่ออกถูกดูดซึมไปการประคบอุ่นช่วยให้รอยเขียวช้ำหายเร็วขึ้น

2. ก้อนเลือดในแผล

     เกิดจากเลือดออกเป็นบริมาณมากในแผลผ่าตัด ทำให้มีลักษณะเขียวช้ำและบวมค่อนข้างมาก สาเหตุคล้ายกับรอยเขียวช้ำแต่มากกว่า ผู้ป่วยอาจมีโรคประจำตัวที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด หรือเกิดจากการผ่าตัดโดนเส้นเลือดหลักซึ่งถ้าเป็นก้อนขนาดเล็กสามารถประคบอุ่นเพื่อให้หายเองได้ แต่ถ้าก้อนขนาดใหญ่มากก็ควรพบแพทย์ โดยแพทย์จะพิจารณาว่ามีความจำเป็นหรือไม่ที่ต้องเอาก้อนเลือดออก หรือกินยาปฏิชีวินะ เพื่อป้องการกันติดเชื้อของก้อนเลือด

3.แผลอักเสบติดชื้อ

   สาเหตุมักเกิดจากการดูแลแผลผ่าตัดได้ไม่เหมาะสม เช่น การล้างแผลไม่สะอาด แผลโดนน้ำ แต่งหน้า น้ำยาเช็ดเครื่องสำอาง การรักษาคือ กินและทายาปฏิชีวนะ ร่วมกับการล้างแผลอย่างถูกต้อง

4. แผลแยกพบน้อย

     เกิดได้หลายสาเหตุ เช่น เทคนิคการเย็บแผล ไหมหลุดเร็วเกินไป แผลติดเชื้อ ฯลฯ ซึ่งหากพบว่าแผลแยก ควรกลับไปพบแพทย์เพื่อทำการเย็บแผลใหม่ การทิ้งแผลเปิดไว้นานเกินไปนอกจากจะทำให้แผลมีโอกาสติดเชื้อมากขึ้นยังทำให้ แผลเป็นไม่สวย เห็นชัดกว่าปกติ

5. หลับตาไม่สนิท การหลับตาไม่สนิทเพียงเล็กน้อยหลังผ่าตัดวันแรกๆ สามารถเกิดขึ้นได้จากการที่เปลือกตาบวม โดยเมื่อแผลยุบลงก็จะหายได้เอง แต่ในระหว่างนี้หากมีอาการเคืองตา ซึ่งเกิดจากการที่หลับตาไม่สนิท แนะนำให้ใช้น้ำตาเทียมหยอดระหว่างวัน หรือใช้น้ำตาเทียมแบบเจลป้ายตาก่อนนอน เพื่อลดการเคืองชั่วคราว

 

 

 ภาวะแทรกซ้อนระยะยาว

1. ชั้นตาหลุด

     สาเหตุเกิดได้หลายสาเหตุ เช่น เทคนิคการผ่าตัดของแพทย์ การขยี้ตาบ่อยๆ เปลือกตาที่หนาและมีไขมันมาก หนังตาส่วนเกินเยอะลงมาปิดทำให้เข้าใจผิดว่าชั้นตาหลุด ฯลฯ การแก้ไข ถ้าเห็นได้ชัดตั้งแต่แรกว่าหลุด การผ่าตัดแก้ไขควรทำภายใน 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด หรือหากหลังจากนั้นแนะนำให้รออย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไปแล้วแก้ไขทำตา 2 อีกครั้ง

2. ชั้นตาไม่เท่ากัน เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น

     - ยุบบวมไม่พร้อมกัน แนะนำให้รอจนยุบสนิท อย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป

     - ชั้นตาทำไม่เท่ากันจริง เกิดจากเทคนิคการผ่าตัดของแพทย์

     - มีกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง  ซึ่งทำให้ชั้นตาไม่เท่ากัน อาจเกิดจากมีกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงตั้งแต่ก่อนผ่าตัดทำตาสองชั้นแล้วไม่ได้รับการแก้ไข หรือเกิดจากการผ่าตัด เช่นทำให้เกิดจากบาดเจ็บต่อกล้ามเนื้อตา หรือเย็บรั้งกล้ามเนื้อตามากเกินไป

     - เอาไขมันที่เปลือกตาออกมากเกินไป ทำให้เบ้าตาลึก ชั้นตาข้างนั้นจะใหญ่กว่าอีกข้าง

     - หนังตาส่วนเกินที่ไม่ได้เอาออกลงมาปิดชั้นตาไม่เท่ากัน

3. ชั้นตาใหญ่เกินไปจนดูผิดธรรมชาติ เกิดได้หลายสาเหตุ

     - การเย็บชั้นตาที่สูงเกินไป

     - มีภาวะเบ้าตาลึก อาจเป็นตั้งแต่ก่อนผ่าตัด หรือเป็นหลังผ่าตัดจากการที่เอาไขมันออกมาเกินไป

     - มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ซึ้งจะทำให้เห็นชั้นตาใหญ่ แต่ตาลืมดูปรือ

4. รอยแผลเป็นเห็นได้ชัด

     ปกติรอบแผลเป็นจะเรียบสนิทหลัง 6 เดือนขึ้นไปจนถึง 1 ปี ช่วงแรกอาจเห็นชัดเวลาหลับตาซึ่งแผลที่เปลือกตาเป็นตำแหน่งที่บาง จะซ่อนอยู่ในชั้นตาเมื่อลืมหรือกระพริบตา เมื่อยุบสนิทจะไม่ค่อยเห็น สาเหตุที่ทำให้แผลเป็นเห็นชัดแม้แผลหายสนิทแล้ว ได้แก่ เทคนิคการผ่าตัดของแพทย์ แผลช่วงแรกเคยอักเสบติดเชื้อ เป็นแผลเป็นนูน (คีลอยด์)

5. หลับตาไม่สนิท

     การหลับตาไม่สนิทในระยะยาว หากเป็นไม่มากและผู้ป่วยมีการกลอกตาขึ้นโดยอัติโนมัติเวลาหลับตา (Bell’s phenomenon) ก็อาจจะไม่มีอาการ แต่ถ้าเป็นมากจะทำให้ตาแห้ง กระจกตาเป็นรอย เคืองตาบ่อยๆ จำเป็นต้องใช้น้ำตาเทียม และเจลป้ายตาก่อนนอน เพื่อป้องกันกระจกตาอักสบทำให้ตาพร่ามัวได้

6. ยังมีหนังตาคล้อยตกที่บริเวณหางตา

     เกิดจากคนที่มีหนังตาส่วนเกินแล้วทำตาสองชั้นแบบที่ไม่ได้ตัดหนังตาส่วนเกินออก หรือตัดออกน้อยเกินไป ทำให้ยังมีหนังตาส่วนเกินห้อยลงมาโดยเฉพาะบริเวณหางตา ปัญหานี้พบบ่อยมากๆ เพราะปัจจุบันคนนิยมทำตาสองชั้นประเภทแผลเล็ก ยุบเร็ว ไม่ต้องพักฟื้น ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่หนังตาเปลือกตาบางๆ ไม่มีหนังตาส่วนเกินมาก

หมายเหตุ การผ่าตัดศัลยกรรมกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ สามารถลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้

 userfiles/profile-picture/94b5f37b-e8e9-412b-b4ca-fedacff66774/img.jpg

Post : 2016-10-05 13:30:47.0     Forum: บทความ  >  ลักษณะตาแบบไหนที่หมอส่วนใหญ่มักไม่แก้ให้

 ไม่ใช่ว่าทำมาแล้วจะแก้ได้ทุกอย่าง ศัลยกรรมที่ผิดพลาดเป็นปัญหาใหญ่ไม่เพียงแต่ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นเท่านั้น และบางกรณีหมอที่ไหนๆก็ไม่รับ มาดูกันว่าแบบไหนบ้างที่หมอส่วนใหญ่มักจะไม่รับแก้ไขให้

1. หลับตาไม่สนิท : อันนี้หมอให้ความสำคัญกับอันตรายของดวงตามากกว่าเรื่องความสวยงามค่ะ การที่หลับตาไม่สนิทแล้ว การแก้ไขผ่าตัดเปลือกตายิ่งมีโอกาสทำให้เป็นมากขึ้น ดังนั้นเอาปลอดภัยไว้ก่อนนะคะ

2. ชั้นตาใหญ่ลึกชิดคิ้วมากจนเกินไป อันนี้เจอเรื่อยๆที่ ผู้รับบริการบอกว่า “ถามมาหลายที่แล้ว ไม่มีที่ไหนรับเลย” เป็นไปได้ค่ะ เพราะมีโอกาสสูงที่ทำแล้วจะหลับตาไม่สนิท พังผืดยังติดอยู่ใต้คิ้ว ชั้นตาไม่เรียบ ฯลฯ

3. ต้องการให้ชั้นตากลับมาเหมือนเดิมก่อนทำ เหมือนไม่เคยทำเลย ข้อนี้เป็นไปได้ยากค่ะ

4. แก้มาหลายรอบมากๆๆๆ ตาที่ผ่านการแก้มาหลายครั้ง มักจะมีพังผืดมาก อาจจะมีกล้ามเนื้อตาผิดปกติที่เป็นอยู่ก่อนแล้วหรือจากการผ่าตัดครั้งก่อนๆ

 userfiles/profile-picture/94b5f37b-e8e9-412b-b4ca-fedacff66774/img.jpg

Post : 2016-10-05 13:29:45.0     Forum: บทความ  >  งานแก้ตาสองชั้นที่เคยทำมาก่อน ต้องรอนานแค่ไหน?

    ปกติหลังผ่าตัดศัลยกรรมตาสองชั้น จะมีการบวมหลังผ่าตัด ช่วงหลังทำเสร็จบวมยาชา หลังจากนั้นก็จะบวมจากการอักเสบของร่างกาย มากน้อยขึ้นกับวิธีการผ่าตัด  เทคนิคของแพทย์แต่ละท่าน และปัจจัยการฟื้นตัวของแต่ละคน ชั้นตาจะค่อยๆยุบ จนกระทั่งสนิทใช้เวลาก็แตกต่างกัน การที่จะบอกว่าชั้นตาไม่เท่า เล็กไปใหญ่ไปนั้นควรจะต้องรอให้บวมยุบสนิทก่อน ซึ่งอย่างน้อยก็ต้องรอ 3 เดือนขึ้นไป ส่วนแผลผ่าตัดจะเรียบสนิทอาจจะต้องใช้เวลา 6 เดือนขึ้นไป

            ระยะเวลาในการแก้ไขที่เหมาะสมคือ ภายใน 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด (เป็นช่วงที่แผลยังไม่สมาน) หรือหลัง 6 เดือน ซึ่งผ่าตัดแก้ไขภายใน 2 สัปดาห์นั้นมักจะทำในกรณีที่มีความจำเป็น เช่น เปลือกตาเหลือกจนหลับตาไม่สนิท อันตรายต่อดวงตา ดังนั้นเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือ 6 เดือนหลังผ่าตัดเป็นต้นไป เพราะเป็นช่วงที่แผลสมานดีแล้ว เวลาผ่าตัดการอักเสบน้อยกว่า อาการบวมยุบสนิท แผลเรียบ ทำให้การประเมินชั้นตาได้แม่นยำขึ้น

            แต่ปัญหาของเวลารอ แพทย์บางท่านอาจจะไม่มีเวลาในการอธิบายความจำเป็นและข้อดีของการรอเวลาแก้ไขที่เหมาะสม ทำให้ผู้รับบริการคิดว่าแพทย์ปฏิเสธความรับผิดชอบรึเปล่า ไม่แก้ไขให้รึเปล่า (อันนี้ก็ต้องพิจารณาเป็นกรณีไป ไม่ขอให้ความเห็นแทนแพทย์ทั้งหมด) แต่การผ่าตัดในช่วงเวลาที่เหมาะสมเป็นประโยชน์ของผู้รับบริการเอง ดังนั้นอย่าใจร้อน สิ่งที่จะป้องกันได้ควรจะศึกษาให้ละเอียดก่อนการตัดสินใจทำศัลยกรรมทุกชนิด

 

            ดังนั้น ผู้รับบริการที่ต้องการแก้ไขตาสองชั้นที่เคยทำจากที่อื่นมากก่อน หมอจะบอกให้ใจเย็น และรออย่างน้อย 6 เดือนก่อนเสมอค่ะ

 userfiles/profile-picture/94b5f37b-e8e9-412b-b4ca-fedacff66774/img.jpg

Post : 2016-09-28 18:49:46.0     Forum: บทความ  >  ปัญหาของการผ่าตัดแก้ไขศัลยกรรมตาที่เคยทำมาก่อน

   คงมีคนสงสัยกันว่า ทำไมงานแก้ตาของคลินิกทุกที่ถึงราคาสูงกว่า คำตอบคือ ยากกว่า และเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ศัลยแพทย์ควรจะต้องมีประสบการณ์ที่มากกว่า

   ปัจจุบันมีคนติดต่อเข้ามาทำศัลยกรรมแก้ไขตาสองชั้นที่เคยทำมาก่อนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ งานแก้ไขหมอขอแบ่งออกคร่าวๆเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 คือคนที่เคยทำมานานแล้วเป็นเวลาหลายปี แรกๆสวยแต่กาลเวลาพาไป ทำให้มีหนังตาที่หย่อนคล้อยลงมาปิดชั้นตา กลุ่มที่ 2 คือทำมาก็ไม่เป็นที่น่าพอใจแต่แรก เช่น ชั้นไม่เท่ากัน ชั้นหลุด ตาปรือ เบ้าตาลึก ชั้นใหญ่ไป ชั้นเล็กไป ฯลฯ

   กลุ่มที่ 1 มักจะไม่มีปัญหามาก การทำตาสองชั้นโดยการตัดหนังส่วนเกิน เลาะพังผืดเก่า และเย็บชั้นตาใหม่ก็สามารถทำให้สวยขึ้นได้ ดูหน้าเด็กลงจากการลดความหย่อนคล้อยรอบดวงตาไป

   กลุ่มที่ 2 นี้เป็นปัญหาของคนทำศัลยกรรมตาที่ผิดพลาด ผู้รับบริการก็จะกังวล พอกลับเข้าไปปรึกษาก็จะได้รับคำตอบประมาณว่า รอไปก่อน 6 เดือน ค่อยประเมินอีกครั้ง เราก็ใจร้อนเนอะ กลุ้มใจ แต่การรอผ่าตัดแก้ไขที่เหมาะสมมีความจำเป็น และงานที่ต้องแก้ไขก็เป็นสิ่งสำคัญ บางอย่างสามารถแก้ไขได้ บางอย่างแก้ไม่ได้ ดังนั้นการเลือกทำศัลยกรรมต้องศึกษาให้รอบคอบ และงานแก้ไขนั้นต้องทำกับแพทย์ที่มีประสบการณ์

 userfiles/profile-picture/94b5f37b-e8e9-412b-b4ca-fedacff66774/img.jpg

Post : 2016-09-27 19:01:08.0     Forum: บทความ  >  การดูแลหลังผ่าตัด

 

1.    หลังผ่าตัด 48 ชั่วโมงแรก วางเจลประคบเย็นเพื่อให้หายเร็วขึ้นโดยใช้ผ้าก๊อซรองก่อน ระวังไม่ให้แผลเปียก ถ้ามีเลือดซึมสามารถใช้ผ้าก๊อซกดที่แผล ไม่ต้องแรงมาก จนกว่าเลือดจะหยุดซึม

2.    นอนศีรษะสูงกว่าปกติใน1-2 คืนแรกของการผ่าตัด เพื่อลดอาการบวม

3.    ทำความสะอาดแผลวันละ 1-2ครั้ง โดยใช้ไม้พันสำลีสะอาดชุบน้ำเกลือ แล้วเช็ดคราบเลือดซึมบริเวณแผล

4.    ป้ายยาฆ่าเชื้อแบบขี้ผึ้งที่แผลบ่อยๆ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น

5.    ห้ามแผลโดนน้ำอย่างเด็ดขาด จะทำให้แผลติดเชื้อได้

6.    รอยเขียวช้ำ การประคบอุ่น หลังวันที่ 3 เป็นต้นไป ช่วยให้หายเร็วขึ้น สามารถใช้เจลประคบแช่ในน้ำอุ่นซักครู่แล้วนำมาประคบจนหายอุ่นแล้วน้ำกลับไปแช่ใหม่

7.    ยาละลายลิ่มเลือดหรือวิตามินที่หยุดกินก่อนผ่าตัด สามารถกินได้หลังผ่าตัดเมื่อไม่มีเลือดออกซึมแล้ว

8.    หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง เหล้า ไข่ อาหารทะเล 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันแผลนูนคัน

9.    กินยาฆ่าเชื้อจนหมดที่แพทย์สั่ง ยาแก้ปวดกินเฉพาะเวลามีอาการ

10.  ออกไปข้างนอกให้ใส่แว่นตากันลมฝุ่น สิ่งสกปรก

11.  มาตัดตามนัด 5-7 วัน

12.  ช่วงแรกที่ยังยุบไม่สนิทอาจมีชั้นตาที่ต่างกันได้ ไม่ต้องวิตกกังวล

 userfiles/profile-picture/94b5f37b-e8e9-412b-b4ca-fedacff66774/img.jpg

Post : 2016-09-19 14:53:20.0     Forum: บทความ  >  การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

 การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

 

                    

 

 

1. งดอาหารเสริม วิตามิน C,E น้ำมันตับปลา สมุนไพร 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด

2. หากมีโรคประจำตัว เช่น ความดันสูง เบาหวาน โรคหัวใจ ให้ปรึกษาแพทย์ที่ดูแลก่อน

3. นอนหลับให้เพียงพอ ไม่ต้องงดอาหารก่อนผ่าตัด

4. เตรียมแว่นตากันแดดมาเอง

5. ถึงแม้หลังผ่าตัดจะไม่บวมมาก แต่ไม่แนะนำให้ขับรถกลับเองหลังผ่าตัด เพื่อความปลอดภัย

6. เตรียมวันหยุด ถ้าเป็นไปได้ แนะนำให้พักหลังผ่าตัด อย่างน้อย 1-2 วัน เพื่อลดการใช้สายตาและมีเวลาประคบแผลมากขึ้น แผลจะหายเร็วขึ้น


 

                                         -หมอหลิน

 

 userfiles/profile-picture/94b5f37b-e8e9-412b-b4ca-fedacff66774/img.jpg

Post : 2016-09-09 15:35:24.0     Forum: Q&A  >  test2

 test2

 userfiles/profile-picture/94b5f37b-e8e9-412b-b4ca-fedacff66774/img.jpg

Post : 2016-09-09 15:34:23.0     Forum: Q&A  >  test

 test

 userfiles/profile-picture/94b5f37b-e8e9-412b-b4ca-fedacff66774/img.jpg

Post : 2016-09-06 15:59:21.0     Forum: บทความ  >  ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis)

 

ลักษณะ

1.ลืมตาไม่เต็มที่ถ้าเป็นข้างเดียวจะเห็นเปลือกตาลงมาปิดที่ขอบบนของตาดำมากกว่าอีกข้าง

2.มักจะเลิกหน้าผากเพื่อยกคิ้วช่วยให้เปลือกตาไม่ลงมาบังการมองเห็น

3. ถ้าเป็นข้างเดียวคิ้วข้างที่กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจะสูงกว่าปกติ

4.เห็นเบ้าตาลึกกว่าปกติดูเป็นคนง่วงนอนตลอดเวลา

 

สาเหตุ

1.เป็นมาแต่กำเนิด

2.อายุมากขึ้น

3.อุบัติเหตุหรือการผ่าตัดตาชั้นที่ผิดพลาด

4.การหลั่งสารสื่อประสาทหรือเส้นประสาทที่เลี้ยงกล้ามเนื้อตาผิดปกติ

 

การรักษา

1.การผ่าตัดแก้ไข

2.ยารักษาขึ้นกับสาเหตุ

 

  

 

 

ข้อควรระวัง การทำตา 2 ชั้นโดยไม่แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง อาจทำให้ชั้นตาผิดรูปมากขึ้น และเป็นสาเหตุที่สำคัญข้อหนึ่งที่ทำให้ชั้นตาไม่เท่ากัน

 userfiles/profile-picture/94b5f37b-e8e9-412b-b4ca-fedacff66774/img.jpg

Post : 2016-09-06 15:58:45.0     Forum: บทความ  >  ภาวะเบ้าตาลึก (Sunken Eye)

ลักษณะของภาวะเบ้าตาลึก

1. เห็นกระดูกเบ้าตาใต้คิ้วเป็นขอบชัดเจน

2. คนที่ลึกมากๆจะเห็นชั้นตาเป็นหลายๆชั้น ลึกเข้าไปในเบ้าตา หรือ เป็นชั้นเดียวลึกเข้าไปในเบ้าตาเลย

3. ดวงตาจะดูเศร้า เหนื่อย อยู่ตลอดเวลา

4. เป็นลักษณะเบ้าตาแบบคนฝรั่ง แต่ในคนเอเชียอาจทำให้ดูมีอายุ

 

สาเหตุ

1. เป็นแต่กำเนิด

2. อายุมากขึ้น

3. เคยผ่าตัดตา2ชั้น เอาไขมันที่เปลือกตาออกมากเกินไป

4. มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

 

การรักษา

1. ถ้าสาเหตุเกิดจากกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง การผ่าตัดรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงทำให้ภาวะเบ้าตาลึกดีขึ้น

2. ถ้าเกิดในอายุมากขึ้นและเบ้าตาลึกไม่มาก การผ่าตัดทำตา 2 ชั้นด้วยเทคนิกที่ดี สามารถแก้ไขได้

3. การย้ายไขมันที่เปลือกตา

4. การฉีดสารเติมเต็ม (Filler) หรือ ฉีดไขมัน

5. การเติมไขมันด้วยวิธีการผ่าตัด

 

 

 userfiles/profile-picture/94b5f37b-e8e9-412b-b4ca-fedacff66774/img.jpg

Post : 2016-09-06 15:57:32.0     Forum: บทความ  >  การทำตา 2 ชั้นวิธีต่างๆในปัจจุบัน

การทำตา 2 ชั้นวิธีต่างๆในปัจจุบัน

1. การใช้เลเซอร์

2. การเย็บ 3 จุด (Suture Technique)

3. การทำตา 2 ชั้นแบบแผลเล็ก (Minimal Incision Technique)

4. การทำตา 2 ชั้นแบบแผลยาว

5. การทำตา 2 ชั้นร่วมกับตัดหนังส่วนเกินออก


 

 วิธีเลเซอร์

     ใช้เลเซอร์ที่มีชื่อว่า Plexr (เพล็กเซอร์) คุณสมบัติคือใช้คลื่น plasma ให้ผิวหนังบริเวณเปลือกตาส่วนที่หย่อนคล้อยหายไป เหมาะสำหรับ ผู้ที่มีมีตา 2 ชั้นอยู่แล้ว แต่มีหนังตาหย่อนคล้อยเล็กน้อย และยังไม่อยากผ่าตัด ข้อจำกัด คนที่มีตาชั้นเดียวแล้วต้องการมีตา 2 ชั้น เลเซอร์จะไม่ได้ผลดี


 

การเย็บ 3 จุด (Suture Technique)

เป็นเย็บชั้นที่เปลือกตาโดยเจาะเป็นรูที่หนังตา ไม่ได้เป็นแผลยาว

ข้อดี

1. ไม่เห็นรอยแผลเป็น

2. บางคนบอกเร็ว บวมน้อย (แต่อาจไม่แตกต่างจากการทำแผลเล็กในศัลยแพทย์ที่ชำนาญ)

ข้อเสีย

1. หลุดง่าย (โดยเฉพาะในคนที่เปลือกตาหนาๆบวมๆ)

2. ทำชั้นตาใหญ่ไม่ได้มาก (โดยเฉพาะในคนเปลือกตาเยอะๆหนาๆ)

3. นานๆไปชั้นตาค่อยๆเลื่อนเล็กลงๆ (ไม่ทุกคน)


 

การทำตา 2 ชั้นแบบแผลเล็ก (Minimal Incision Technique)

เป็นการกรีดแผลที่เปลือกตาขนาด 3-10 mm (แล้วแต่เทคนิกของศัลยแพทย์แต่ละท่าน)

ข้อดี

1. รอยแผลเป็นเล็ก

2. ใช้เวลาผ่าตัดน้อย บวมน้อย ยุบเร็ว (เมื่อเทียบกับทำแผลใหญ่)

3. เหมาะกับคนอายุน้อยๆ ที่มีหนังตาไม่มาก เปลือกตาไม่หนามาก

ข้อเสีย

1. คนที่มีหนังตาหย่อนมาก หนังตาจะตกมาปิดหลังจากยุบบวม ชั้นจะเล็กลง หรือยังมีหนังตาย้อยลงที่หางตา

2. คนที่เปลือกตาหนามาก ชั้นตาจะดูอูมๆกว่าปกติ เนื่องจากเป็นการเย็บชั้นตาขึ้นไปโดยไม่ได้เอาผิวหนังและเนื้อเยื่อเปลือกตาส่วนเกินออก

 

 


 

การทำตา 2 ชั้นแบบแผลยาว

คล้ายกับการทำแผลเล็ก แต่เป็นการกรีดแผลยาวขึ้น เพื่อให้สามารถเย็บชั้นตาได้ตลอดแนว

ข้อดี

1. ลดโอกาสการเกิดหนังตาที่หางตาตกมากกว่าในแผลเล็ก (แต่ถ้าหนังตาตกเยอะมากก็เอาไม่อยู่)

ข้อเสีย

1. บวมมากกว่าเมื่อเทียบกับแผลเล็ก

2. เหมือนข้อเสียในแบบแผลเล็ก

 

 


 

การทำตา 2 ชั้นร่วมกับตัดหนังส่วนเกินออก

ข้อดี

1. สามารถเก็บหนังตาส่วนเกินออกได้ รวมทั้งไขมันและกล้ามเนื้อเปลือกตาในคนที่เปลือกตาหนาๆ

2. สามารถกำหนดรูปร่างแนวชั้นตาได้ตามความต้องการ

ข้อเสีย

1. บวมมากกว่าและนานกว่าวิธีอื่นๆ

2. แผลเป็นยาวตลอดแนวตา (เหมือนในแผลยาว)

3. ใช้เวลาผ่าตัดนานกว่า

 

*ศัลยแพทย์แต่ละท่านอาจมีเทคนิกและความชำนาญที่แตกต่างกัน*

1
 


ตาสวยออกแบบได้ Creative & Design By Dr.Lin

CONTACT US


299/10 อาคารสุขุมวิทลิฟวิ่งทาวน์ ชั้น 2 ถนนสุขุมวิท 21(อโศก) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม
MOBILE : 081-925-2144  Mail : drlin.oph@gmail.com

 

ตาสวยออกแบบได้ Creative & Design
By Dr.Lin


CONTACT US

: 299/10 อาคารสุขุมวิทลิฟวิ่งทาวน์ ชั้น 2 ถนนสุขุมวิท 21(อโศก) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม

: 081-925-2144

: drlin.oph@gmail.com


FOLLOW US